เสริมหน้าอก 6 ปีก่อนตอนนี้ขนาดเล็กลง

Q : ดิฉันอายุ 42 ปี ได้ไปเสริมหน้าอกมาเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน แต่รู้สึกหน้าอกห่างและมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม อยากถามคุณหมอว่ามีวิธีแก้ไขแนะนำอย่างไรบ้าง? A : การเสริมหน้าอกในยุคปัจจุบัน ถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ได้รับการยอมรับ ผลแทรกซ้อนจากการเสริมหน้าอกก็ลดลงจากการที่แพทย์มีความชำนาญมากขึ้น สำหรับกรณีของคนที่ได้เสริมมาประมาณ 6 ปีแล้ว แต่รู้สึกหน้าอกห่างขึ้น ก็ต้องตรวจดูว่าขนาดถุงซิลิโคนที่ใส่กับฐานหน้าอกสมดุลกันหรือไม่ ถ้าเล็กเกินไปช่วงกลางหน้าอกก็จะดูว่ามันห่าง อีกปัจจัยหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงหน้าอก ซึ่งโครงหน้าอกโค้งมากเวลาเสริมหน้าอก ก็จะทำให้ถุงหน้าอกถ่วงลงด้านข้าง ซึ่งอกลักษณะนี้ หัวนมทั้งสองข้างจะพุ่งชี้ออกไปทางด้านข้าวมากกว่าชี้พุ่งตรงขนานกันทั้ง 2 ข้าง ซึ่งก็เป็นปกติธรรมชาติ ในกรณีที่เสริมหน้าอกแล้วเกิดมีภาวะพังผืดหุ้มตัวถุงเต้านม (Capsule) แข็งจะทำให้ดึงรัดเต้านมตั้งขึ้น เหมือนฝาชีครอบทำให้รู้สึกว่าเต้านมชิดกัน และหัวนมพุ่งชี้ออกเป็นแนวขนาน ซึ่งลักษณะแบบนี้ถือว่าผิดปกติ สำหรับกรณีที่หลังเสริมหน้าอกแล้วมีขนาดเล็กลง (หลังจากการอักเสบ, บวมผ่านไปแล้วประมาณ 6 เดือนหลังจากผ่าตัด) ก็อาจจะเกิดจากการเลือกขนาดถุง Silicon ไม่พอดีหรือเกิดจากการแตกของถุงซิลิโคน หรือเกิดจากการมีพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsule Contracture) ก็จะทำให้ดูว่ามีขนาดเล็กลงได้ สำหรับการแก้ไข คือ คนไข้ก็คงต้องมาพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่าเกิดจากกรณีใด (ตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น) แล้วก็แก้ไขไปตามปัญหาที่เกิดขึ้นครับ

ฉีดโบท็อกซ์ผิวหน้าไม่นานริ้วรอยก็กลับมาอีก

Q : ดิฉันอายุ 42 ปี ฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยมาประมาณ 5-6 ปี ช่วงหลังๆ รู้สึกว่าหลังฉีดโบท็อกซ์ผิวหน้าจะตึง แต่ดูเงาๆ และไม่นานริ้วรอยก็กลับมาอีก คุณหมอที่ดิฉันรักษาอยู่ประจำบอกว่าดิฉันผิวบาง ละแห้งกร้านแนะนำให้ทาครีมบำรุงเพิ่ม และทำเลเซอร์ฟื้นฟูผิวทุก 2 สัปดาห์ ผ่านมา 3 เดือน ดิฉันไม่รู้สึกว่าดีขึ้นเลย อยากปรึกษาคุณหมอว่าปัญหาผิวหน้าของดิฉันเกิดจากอะไร และมีวิธีแก้ไขมั้ยคะ A : การแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าด้วยการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่าฉีดโบท็อกซ์นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องจากหลักการคือไปคลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานลดลงหรือไม่ทำงาน เมื่อกล้ามเนื้อไม่ทำงาน ไม่หดตัว ริ้วรอยก็จะดีขึ้น หรือหายไป วิธีการรักษาเช่นนี้ได้ผลดีในผู้ที่อายุไม่มาก แต่สำหรับผู้ที่อายุมากขึ้น การรักษาเช่นนี้อาจได้ผลไม่ดี เพราะผิวหนังบางตัวลงและขาดความยืดหยุ่น การแก้ปัญหาด้วยการฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวจึงไม่ตรงจุด ซ้ำยังทำให้ผลการรักษาไม่เป็นธรรมชาติด้วย หลังฉีดถึงแม้ผิวจะดูตึง แต่ก็ดูเงาๆ แต่ผิวแห้ง ซึ่งพบบ่อยหลังฉีดที่หน้าผาก เนื่องจากโบทูลินั่ม ท็อกซิน อาจทำให้ต่อมไขมันทำงานลดลง หน้าแห้งกร้านมากขึ้น อีกทั้งหากฉีดซ้ำบ่อยๆ ก็ทำให้กล้ามเนื้อบางตัวลง เห็นเป็นร่องบริเวณช่วงกลางหน้าผาก และทำให้ขอบเบ้าตาลึกมากขึ้นด้วย การรักษาที่ถูกต้องคือการฟื้นฟูสภาพผิว เพื่อทำให้ผิวหนาตัวขึ้น